หมอกเหนือ

เราซื้อกาแฟจากคนที่เรารู้จักชื่อ

เกษตรกรสิบเอ็ดรายบนสี่ดอย เราไปเยี่ยมทุกคนอย่างน้อยปีละสองครั้ง ครั้งหนึ่งตอนเก็บเกี่ยว อีกครั้งตอนไม่มีอะไรจะซื้อ

โรงคั่วขนาด 90 ตารางเมตร

อยู่ในสวนลำไยที่สันกำแพง ห่างตัวเมืองเชียงใหม่สิบสามกิโลเมตร เดิมเป็นโรงเก็บของ เราปรับเป็นโรงคั่วในปี 2564 มีห้องเก็บเมล็ดดิบควบคุมความชื้น ห้องคั่ว และโต๊ะชิมหนึ่งตัว

เครื่องคั่ว

Probat P12 · ความจุ 12 กก./ล็อต · ใช้แก๊ส · ควบคุมด้วยมือทั้งหมด ไม่ใช้โปรไฟล์อัตโนมัติ

กำลังการผลิต

4–6 ล็อตต่อสัปดาห์ · ประมาณ 250 กิโลกรัมต่อเดือน

เก็บเมล็ดดิบ

ห้องควบคุมความชื้น 55–60% อุณหภูมิไม่เกิน 22°C · เก็บได้ประมาณ 1.5 ตัน

หน้าร้าน

เปิดพฤหัส–อาทิตย์ 09:00–16:00 · ชิมกาแฟที่คั่วสัปดาห์นั้นได้ฟรี

เครื่องคั่วกาแฟแบบดรัมขนาด 12 กิโลกรัมในโรงคั่วเล็ก มีกระสอบเมล็ดดิบวางข้าง ๆ

เราคั่วยังไง

เราคั่วด้วยมือทุกล็อต ไม่ใช้โปรไฟล์อัตโนมัติ เพราะเมล็ดดิบล็อตเดียวกันเดือนนี้กับเดือนหน้าก็ไม่เหมือนกัน ความชื้นเปลี่ยน ความหนาแน่นเปลี่ยน เส้นกราฟจึงต้องเปลี่ยนตาม

สิ่งที่เราคุมให้คงที่คือสามตัวเลข — อุณหภูมิใส่เมล็ด เวลาถึง First Crack และสัดส่วน Development ที่เหลือหลังจากนั้น สามตัวนี้ตัดสินว่ากาแฟจะออกมาเปรี้ยวใส หรือหวานทึบ

215°C 175°C 135°C 0:00 1:40 7:12 9:40

Charge

0:00 · 195°C

ใส่เมล็ดลงถัง

Turning Point

1:40 · 128°C

จุดต่ำสุด เมล็ดเริ่มดูดความร้อนกลับ

First Crack

7:12 · 196°C

เมล็ดแตกครั้งแรก ได้ยินเสียงชัด

Drop

9:40 · 205°C

เทออก · Development 25.9%

เราจ่ายเท่าไหร่

ราคากาแฟสารในตลาดทั่วไปปีที่แล้วอยู่ราว 130–160 บาทต่อกิโลกรัม เราจ่ายสูงกว่านั้นเพราะเราซื้อเฉพาะเชอร์รี่ที่คัดสุกและกระบวนการที่ควบคุมดี ซึ่งใช้แรงงานมากกว่ามาก ตัวเลขด้านล่างคือราคาที่จ่ายจริงในฤดูกาลที่ผ่านมา

ราคาที่จ่ายให้เกษตรกรแยกตามแหล่งปลูก
แหล่งปลูกกระบวนการเกษตรกรราคาที่จ่าย
ดอยปางขอนWashed4 ราย265 บาท/กก.
ดอยช้างNatural3 ราย240 บาท/กก.
ดอยป่าแป๋Honey2 ราย290 บาท/กก.
ดอยแม่จันใต้Anaerobic2 ราย380 บาท/กก.

เราไม่ได้อ้างว่านี่คือความยุติธรรม เราแค่คิดว่าการเขียนตัวเลขไว้ให้คนอ่านได้ ดีกว่าการเขียนคำว่ายั่งยืนไว้เฉย ๆ

ชิมทุกล็อต ทุกครั้ง

ทุกวันพุธเช้าเราตั้งโต๊ะชิมกาแฟที่คั่ววันอังคารทุกล็อต ถ้าล็อตไหนไม่ผ่าน เราไม่ขาย เอาไปคั่วซ้ำไม่ได้ ก็ทิ้งหรือแจกพนักงาน ปีที่แล้วมี สามล็อต ที่ไม่ผ่าน

เกณฑ์ที่ใช้

ระบบให้คะแนนแบบ SCA · ผ่านที่ 84 คะแนนขึ้นไปสำหรับตัวขายปลีก · 82 ขึ้นไปสำหรับตัวขายส่ง

ใครชิม

นักคั่วสองคนชิมแบบไม่รู้ว่าเป็นล็อตไหน และให้คะแนนแยกกัน

บันทึกไว้

คะแนนและโน้ตของทุกล็อตเก็บไว้ทั้งหมด ถามได้ว่าถุงที่คุณซื้อมาจากล็อตไหนได้กี่คะแนน

โต๊ะชิมกาแฟในโรงคั่ว ถ้วยขาวเรียงแถวพร้อมช้อนชิมและสมุดบันทึก

แวะมาชิมได้

หน้าร้านเปิดพฤหัส–อาทิตย์ 09:00–16:00 · ชิมกาแฟที่คั่วสัปดาห์นั้นได้ฟรีทุกตัว

สั่งทางไลน์